สมัคร สส.

พรรคไทยสร้างไทยชี้เหตุสลดช้างป่าเขาชะเมาคือ “ความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง” สะท้อนความล้มเหลวของรัฐในการจัดการพื้นที่ทับซ้อน จี้ปฏิรูปกฎหมายตั้งกองทุนเยียวยาที่เป็นธรรมก่อนความสัมพันธ์คนกับช้างพังทลาย

ข่าวสาร
🟣

จากกรณีเหตุสลดช้างป่า 3 เชือกถูกยิงได้รับบาดเจ็บในพื้นที่เขาชะเมา กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง
ในความเห็นของ นายแทนรัก ศาตะมาน รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คดีทารุณกรรมสัตว์ทั่วไป
แต่คือภาพสะท้อนของความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึก
.
กฎหมายที่ “เข้มแต่ขาดบทลงโทษสูง ไร้การเยียวยา”
นายแทนรัก ชี้ว่าช่องโหว่ของตัวบทกฎหมาย คือ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ฉบับปัจจุบันนั้นมีบทลงโทษที่รุนแรงมาก
โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี
แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ากฎหมายฉบับนี้ “เข้มแต่ขาด”
“เรามีกฎหมายที่เน้นการลงโทษ แต่กลับขาดกลไกการเยียวยาเชิงรุก” นายแทนรักกล่าว
.
และได้กล่าวต่อไปว่า เมื่อผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านถูกช้างบุกทำลาย
กระบวนการชดเชยกลับมีความล่าช้า
และได้ค่าตอบแทนที่ไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
สิ่งนี้กลายเป็นแรงกดดันที่บีบให้ชาวบ้านต้องเลือกปกป้องปากท้องของตัวเอง
ด้วยวิธีนอกกฎหมาย เช่น การใช้กระสุน
แทนที่จะรอความช่วยเหลือจากรัฐที่ไม่เคยมาถึงทันเวลา
.
ช่องว่างทางการเมืองท้องถิ่น: เมื่อภาระถูกทิ้งไว้ที่คนในพื้นที่
ในประเด็นการบริหารจัดการ นายแทนรักกล่าวว่ารัฐมักจะจัดสรรงบประมาณไปกับการปราบปราม
และการบังคับใช้กฎหมาย
มากกว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ยั่งยืน
เช่น การสร้างแนวรั้วกั้นช้างที่เป็นระบบ
หรือการใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวังที่ทันสมัย
.
นายแทนรักกล่าวเสริมว่า ปัญหาช้างป่าถูกทิ้งให้เป็นเพียง “ภาระของคนในพื้นที่”
ทั้งที่ควรจะเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องแก้ไขเชิงโครงสร้าง
การขาดการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง
ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างพังทลายลงเรื่อยๆ
.
ทางออกไม่ใช่แค่ “การจับกุม” แต่คือ “ความยุติธรรม”
เมื่อถามถึงทางออกของวิกฤตนี้ นายแทนรักย้ำชัดว่าการจับกุมผู้กระทำผิดเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง
หากรัฐไม่ปฏิรูปกฎหมายให้มี “กองทุนเยียวยาที่รวดเร็วและเป็นธรรม”
เราจะไม่มีทางหยุดยั้งความรุนแรงในลักษณะนี้ได้
.
“เมื่อใดที่ชาวบ้านรู้สึกว่า ‘ช้างมีค่ามากกว่าคน’
เมื่อนั้นความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นจนกฎหมายฉบับไหนก็เอาไม่อยู่”
.
นายแทนรักได้กล่าวทิ้งท้ายถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า
น้ำตาของช้างป่าที่เขาชะเมาไม่ได้หลั่งออกมาเพียงเพราะความเจ็บปวดจากการถูกยิง
แต่มันคือเสียงสะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดการพื้นที่ทับซ้อนระหว่างคนกับสัตว์ป่า
.
“รัฐต้องเลิกมองแค่เรื่องการอนุรักษ์ในเชิงตัวเลขหรือสายพันธุ์เพียงอย่างเดียว
แต่ต้องมองไปให้ถึง ‘ความยุติธรรม’ ของทั้งคนและสัตว์ป่า
เพื่อให้ทั้งสองชีวิตสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” นายแทนรักกล่าวทิ้งท้าย
.
#พรรคไทยสร้างไทย#แทนรักศาตะมาน#ช้างป่า
#ช้างป่าเขาชะเมา#อนุรักษ์สัตว์ป่า#พื้นที่ทับซ้อน

ร่วมแบ่งปันนโยบาย:

Facebook
Twitter

ข่าวสารน่าสนใจอื่น ๆ

ข่าวสาร
🟣 "สีดอบูม" อดีตช้างลากไม้ที่ผ่านการใช้งานหนักมาทั้งชีวิตกำลังกลา...
ข่าวสาร
🟣 พรรคไทยสร้างไทย ชี้ ทุจริตใบอนุญาตโรงแรม คือ ‘ส่วยระบบปิด’ ที่ก...
ข่าวสาร
"พลายประตูผา-พลายศรีณรงค์" ต้องได้กลับไทย! ไทยสร้างไทยจี้รัฐใช้กา...
ข่าวสาร
🟣 "สีดอบูม" อดีตช้างลากไม้ที่ผ่านการใช้งาน...
ข่าวสาร
🟣 พรรคไทยสร้างไทย ชี้ ทุจริตใบอนุญาตโรงแรม...
ข่าวสาร
"พลายประตูผา-พลายศรีณรงค์" ต้องได้กลับไทย!...
ข่าวสาร
แรงงานไทย ๒๕๖๙ ไม่ได้แค่เงินไม่พอใช้ แต่กำ...
ติดตามทางโซเชียลมีเดีย