ท่ามกลางกระแสการเรียกร้องสวัสดิภาพช้างไทยในต่างแดนที่กลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง
ภายหลังการเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ของกลุ่มทวงคืนช้างไทยเพื่อเร่งรัดกระบวนการนำ “พลายประตูผา” และ “พลายศรีณรงค์”
สองช้างทูตสันถวไมตรีกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย
นายแทนรัก ศาตะมาน รองโฆษก พรรคไทยสร้างไทย
ได้สรุปข้อเสนอประเด็นสำคัญดังนี้
.
1. ด้านกฎหมาย:
นายแทนรักระบุว่า อุปสรรคใหญ่ที่ผ่านมาคือสถานะทางกฎหมายของช้าง
ที่ถูกมอบเป็นของขวัญแบบรัฐต่อรัฐ
ซึ่งศรีลังกามักมองว่าเป็นกรรมสิทธิ์เด็ดขาด
.
• การตีความใหม่:
เราต้องก้าวข้ามเรื่องใครเป็นเจ้าของ
ไปสู่เรื่อง สิทธิของสัตว์ (Animal Rights) ตามมาตรฐานสากล
โดยเฉพาะกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ที่ครอบคลุมถึงการดูแลช้างชรา
อย่างพลายประตูผา (50 ปี+)
ซึ่งควรได้รับสิทธิในการ ‘เกษียณ’ จากงานหนัก
.
• ข้อตกลง MOU:
รัฐบาลไทยควรเร่งจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับใหม่
ที่ระบุเงื่อนไขการส่งกลับประเทศในกรณีที่ช้างมีปัญหาสุขภาพ
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหายืดเยื้อในอนาคต
เหมือนกรณีที่ผ่านๆ มา
.
2. ด้านการเมือง:
ในทางทูต นายแทนรักเน้นย้ำว่า “เราไม่ได้ไปทวงของคืนแบบเอาชนะ
แต่เราไปเพื่อร่วมมือ”
.
• สร้างพันธมิตร ไม่ใช่ศัตรู:
ทางการเมือง เราต้องทำให้ศรีลังการู้สึกว่า
การส่งช้างกลับไทยคือ ความสำเร็จร่วมกันในการอนุรักษ์
ไม่ใช่ความล้มเหลวในการดูแลของเขา
ไทยควรเสนอความช่วยเหลือด้านวิชาการสัตวแพทย์
และเทคโนโลยีการดูแลช้างแก่ศรีลังกาเป็นการแลกเปลี่ยน
.
• ใช้พลังประชาสังคม:
แรงกดดันจากภาคประชาชนและสื่อมวลชน
เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้รัฐบาลไม่อาจนิ่งเฉยได้
ซึ่งทางภาครัฐจะต้องชี้แจงความคืบหน้าต่อประชาชน
ในทุกสถานะขั้นตอนดำเนินการ
รวมถึงชี้แจงผลการประเมิณสุขภาพ
และการขอให้หยุดใช้งานหนักช้างทั้ง 2 เชือกเป็นการชั่วคราวก่อน
.
“พลายประตูผาและพลายศรีณรงค์ ไม่ใช่แค่ช้างสองเชือก
แต่มันคือศักดิ์ศรีและความรับผิดชอบของรัฐไทยที่มีต่อชีวิตที่เราส่งออกไป
หากเราทำสำเร็จโดยใช้ทั้งตัวบทกฎหมาย
และความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ชาญฉลาด
มันจะเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทั่วโลกต้องยอมรับ
ในมาตรฐานการดูแลสัตว์ของประเทศไทย”
.
นายแทนรักกล่าวทิ้งท้าย