ศาลฯ รับฟ้อง ‘ปริเยศ’ เตรียมไต่สวน กกพ. ปมร่างสัญญาทาส ทำประชาชนจ่ายค่าไฟ

ข่าวสาร

นายดำรงค์ ทองยืน ทนายความในคดีที่นายปริเยศ อังกูรกิตติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ พรรคไทยสร้างไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นจำเลยกับพวกรวม 4 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีค่าไฟฟ้าแพงให้สัมภาษณ์ว่า ศาลฯได้ออกนั่งพิจารณาและตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คำฟ้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 จึงได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องและได้นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 24 มกราคม 2567 เวลา 9.30 น.

นายดำรงค์ กล่าวว่า นายปริเยศ เป็นโจทก์ฟ้องนายเสมอใจและพวก 4 คน ได้แก่ นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน นายกุลิศ สมบัติศิริ ในฐานะประธานกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ในฐานะผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นจำเลย ต่อศาลอาญาคดีทุจริต ฯ ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยในคำฟ้องอ้างว่าจำเลยทั้ง 4 คนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่กำกับดูแลและบริหารกิจการไฟฟ้า เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดหาไฟฟ้า ออกประกาศและเชิญชวนรับซื้อไฟฟ้า รวมทั้งกำกับดูแลและเป็นผู้มีส่วนในการกำหนดแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าและการแผนการลงทนในกิจการไฟฟ้า

นายดำรงค์ กล่าวว่า คำบรรยายฟ้อง ระบุว่าจำเลยให้ความเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ ช่วงปี 2563-2580 อยู่ที่ 56,431 เมกะวัตต์ สัดส่วนการผลิตพลังงานไฟฟ้า ใช้ก๊าซธรรมชาติมีสัดส่วนมากที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 53 ประมาณการค่าไฟฟ้าขายปี ณ ปี 2580 อยู่ที่ 3.61 บาทต่อหน่วยหรือการขึ้นราคาค่าไฟฟ้าสูงเกิน ถือเป็นการกระทำที่มิชอบหรือละเลยปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

นายดำรงค์ กล่าวว่า ในคำฟ้องระบุจำเลยการทำสัญญาซื้อขายระหว่างเอกชนกับ กฟผ. จำนวนมากเกินความจำเป็นและมีข้อสัญญาทำให้รัฐเสียเปรียบ และทำให้สัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของรัฐลดลงต่ำกว่าร้อยละ 51 เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 56 ที่บัญญัติว่า รัฐต้องจัดหรือดำเนินให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง และรัฐจะกระทำด้วยประการใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหรือทำให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละ 51 มิได้นอกจากนี้รัฐต้องดูแลมิให้เก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร

นายดำรงค์ กล่าวถึงการไต่สวนมูลฟ้องว่า เป็นกระบวนการขอศาลเพื่อวินิจฉัยถึงมูลคดีซึ่งจำเลยทั้ง 4 ต้องหาตามบทบัญญัติ ป.วิ.อาญา มาตรา 2(12) ประกอบกับชั้นตรวจฟ้องคดีนี้ ศาลได้ข้อเท็จจริงในรายละเอียดตามเอกสารที่โจทก์ส่งต่อศาลประกอบการสั่งฟ้องด้วย ในการไต่สวนมูลฟ้อง ตามมาตรา 17 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พ.ศ.2559 ให้สิทธิแก่จำเลยทั้ง 4 ที่จะแถลงให้ศาลทราบในข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอันสำคัญ และให้นายปริเยศ นำพยานเข้าเบิกความตามกำหนดในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป

ร่วมแบ่งปันนโยบาย:

Facebook
Twitter

ข่าวสารน่าสนใจอื่น ๆ

ข่าวสาร
ไทยสร้างไทย เปิดที่ทำการพรรค ให้การต้อนรับ นางออร์นา ซากิฟ เอกอัค...
ข่าวสาร
"เลขาฯไทยสร้างไทย" ชี้ รัฐบาลขอ งบ1.2 แสนล้านทำดิจิทัลวอลเล็ท ตำน...
ข่าวสาร
"ฐากร ไทยสร้างไทย" ระบุ งบดิจิทัลวอลเล็ท 1.2แสนล้าน ส่อขัด พรบ.วิ...
ข่าวสาร
ไทยสร้างไทย เปิดที่ทำการพรรค ให้การต้อนรับ...
ข่าวสาร
"เลขาฯไทยสร้างไทย" ชี้ รัฐบาลขอ งบ1.2 แสนล...
ข่าวสาร
"ฐากร ไทยสร้างไทย" ระบุ งบดิจิทัลวอลเล็ท 1...
ข่าวสาร
"สุดารัตน์" แนะสภา รอบคอบอย่าเป็นตรายาง ช่...
ติดตามทางโซเชียลมีเดีย