ก่อนหน้านี้ เบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล รองเลขาธิการและรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง 0.01% และเสนอให้มีมาตรการระยะที่ 2 เพื่อแก้ปัญหาที่แท้จริงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ นั่นคือ ประชาชนจำนวนมากกู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน และกำลังซื้อที่ชะลอตัว
.
แม้รัฐบาลจะรับฟังและต่ออายุมาตรการดังกล่าวแล้ว แต่สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้เกิดอีกหนึ่งปัญหาที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน คือประชาชนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ เริ่มมีความเสี่ยงที่จะผ่อนต่อไม่ไหว
.
จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ หลายธุรกิจชะลอตัว รายได้ของประชาชนลดลง ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความไม่มั่นคงในการจ้างงาน ทำให้หลายครอบครัวที่เคยผ่อนบ้านได้ตามปกติ เริ่มประสบปัญหาสภาพคล่อง และมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต
.
เบสท์ กล่าวว่า หากก่อนหน้านี้พรรคไทยสร้างไทยเสนอให้รัฐบาลช่วย “คนที่อยากซื้อบ้าน” วันนี้รัฐบาลต้องไม่ลืม “คนที่กำลังพยายามรักษาบ้านของตัวเองไว้”
.
“บ้านไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่เป็นความมั่นคงของครอบครัว เป็นผลจากการทำงานหนักของประชาชนหลายสิบปี รัฐบาลจึงไม่ควรรอให้ประชาชนผิดนัดชำระหนี้หรือถูกยึดบ้านก่อน แล้วค่อยเข้าไปแก้ปัญหา”
.
พรรคไทยสร้างไทยเห็นว่า รัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวคิดจากการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มาเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ เพราะการช่วยเหลือประชาชนก่อนเป็นหนี้เสีย มีต้นทุนต่ำกว่าการปล่อยให้ปัญหาลุกลาม และยังช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและเศรษฐกิจโดยรวม
.
ที่สำคัญ หากประชาชนจำนวนมากเริ่มสูญเสียบ้าน ย่อมส่งผลกระทบกลับมายังภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังชะลอตัวอยู่แล้ว ซ้ำเติมผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง และเริ่มมีสัญญาณความเปราะบางจากกรณีบริษัทอสังหาริมทรัพย์บางแห่งผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ หรืออยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้
.
ผลกระทบดังกล่าวอาจลุกลามเป็นลูกโซ่ไปยังธุรกิจก่อสร้าง ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง แรงงาน และเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง
.
พรรคไทยสร้างไทย เสนอ 5 มาตรการเร่งด่วน ช่วยลูกหนี้บ้านก่อนเป็นหนี้เสีย
เปิดโครงการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน
เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เริ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ สามารถยื่นขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ก่อนผิดนัดชำระ ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาผ่อน ลดอัตราดอกเบี้ยชั่วคราว หรือปรับค่างวดให้เหมาะสมกับรายได้ในปัจจุบัน
มาตรการลดภาระค่างวดชั่วคราว
สำหรับผู้ที่รายได้ลดลง ตกงาน หรือได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ให้สามารถลดภาระการผ่อนชำระเป็นระยะเวลา 6–12 เดือน เพื่อประคับประคองสภาพคล่องของครัวเรือน โดยไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้
ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องไม่เสียประวัติเครดิต
ผู้ที่เข้าขอความช่วยเหลือและปฏิบัติตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน ไม่ควรถูกบันทึกเป็นประวัติเสียในเครดิตบูโร เพื่อไม่ให้การขอความช่วยเหลือในวันนี้ กลายเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อในอนาคต
จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือลูกหนี้บ้าน
ให้รัฐบาลร่วมกับธนาคารของรัฐและสถาบันการเงิน จัดตั้งกองทุนเพื่อแบ่งเบาภาระดอกเบี้ย หรือแบ่งปันความเสี่ยงในการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ธนาคารสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ได้มากขึ้น โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน
ระบบแจ้งเตือนและให้คำปรึกษาลูกหนี้เชิงรุก
ให้สถาบันการเงินมีระบบติดตามลูกหนี้ที่เริ่มมีความเสี่ยง และติดต่อเข้าไปให้คำปรึกษา รวมถึงหาแนวทางแก้ไขร่วมกันก่อนเกิดการผิดนัดชำระหนี้ แทนการรอให้หนี้กลายเป็นหนี้เสีย หรือ NPL
.
เบสท์ กล่าวว่า การฟื้นเศรษฐกิจต้องมองทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงช่วยให้ประชาชนซื้อบ้านใหม่ได้ แต่ต้องช่วยให้คนที่มีบ้านอยู่แล้วสามารถรักษาบ้านของตัวเองไว้ได้ด้วย
.
“หากเราช่วยประชาชนได้ก่อนที่หนี้จะกลายเป็น NPL เราจะรักษาได้ทั้งบ้านของประชาชน ลดภาระของสถาบันการเงิน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ การป้องกันย่อมดีกว่าการเข้าไปแก้ปัญหาหลังเกิดความเสียหายแล้ว”
.
พรรคไทยสร้างไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาล กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันการเงิน เร่งร่วมกันออกมาตรการเชิงป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามเป็นหนี้เสีย สูญเสียที่อยู่อาศัย และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง
.
การรักษาบ้านของประชาชนในวันนี้ คือการรักษาความมั่นคงของครอบครัวไทย และเป็นการป้องกันไม่ให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในวันข้างหน้า
.