นายแทนรัก ศาตะมาน รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย
เปิดมุมมองต่อวิกฤตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
ชี้ปัญหาหลักไม่ใช่ภัยธรรมชาติ
แต่เป็นความล้มเหลวในการจัดการน้ำที่ขาดเอกภาพ
.
นายแทนรัก กล่าวว่า
รัฐสภาควรผลักดันกฎหมายจัดตั้ง
“องค์กรบริหารจัดการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา”
ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ (Single Command)
.
เพื่อยุติปัญหาการทำงานแยกส่วนของหลายกระทรวง
โดยให้องค์กรนี้เป็นผู้กำหนดแผนยุทธศาสตร์เดียว (One Plan)
และเป็นผู้ถือครองงบประมาณรวม
เพื่อให้การบริหารน้ำจืด-น้ำเค็มสอดคล้องกันทั้งระบบ
.
นายแทนรัก เสนอต่อว่า
ควรใช้กลไก กรรมาธิการสภาฯ
ตรวจสอบโครงสร้างวิศวกรรมที่ขวางทางไหลของน้ำ
.
และผลักดัน พ.ร.บ. ฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา
เพื่อรับรองสิทธิชุมชน
และคุ้มครองสัตว์น้ำหายากอย่าง “โลมาอิรวดี”
ให้เป็นวาระแห่งชาติ
ผ่านข้อบังคับทางกฎหมาย
ที่ไม่เปลี่ยนตามตัวบุคคลหรือรัฐบาล
.
การเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
ด้วยการใช้ระบบ “ภาษีสิ่งแวดล้อม” (Eco-Tax)
.
นายแทนรัก กล่าวว่า
การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมรอบลุ่มน้ำ
เพื่อนำเงินมาสมทบ “กองทุนฟื้นฟูทะเลสาบ”
.
พร้อมผลักดันการจัดการตะกอนดินอย่างเป็นระบบเพื่อการเกษตร
จะช่วยลดการตื้นเขินในระยะยาวอย่างยั่งยืน
โดยไม่ต้องใช้งบประมาณซ้ำซาก
.
“เราต้องเลิกแก้ปัญหาแบบตัดปะ
แต่ต้องใช้กลไกรัฐสภาสร้างโครงสร้างใหม่
ที่ยึดสมดุลระบบนิเวศเป็นที่ตั้ง
.
หากการเมืองชัดเจน
ทะเลสาบสงขลาก็กลับมามีชีวิตได้”
.
นายแทนรัก กล่าวทิ้งท้าย
.