17 ปีแห่งความขัดแย้ง! ถึงเวลา #คืนหลักนิติธรรม ให้สังคม

ข่าวสาร

เดือนธันวาคมของทุกปี เป็นเดือนแห่งความสุขของคนไทย เรามีวันหยุดและงานเลี้ยงต่างๆมากมาย ใครๆก็ชอบเดือนนี้กันทั้งนั้น

ยกเว้นนักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำต่างๆ คงไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร เพราะแต่ละคนคงไม่มีโอกาสได้รื่นเริงเฮฮาปาร์ตี้เหมือนกับพวกเราที่ใช้ชีวิตกันอยู่ข้างนอก

การเข้าไปรับโทษตามคำพิพากษาในเรือนจำ เป็นกระบวนการลงโทษผู้กระทำความผิดตามหลักการสากล ใครทำผิดก็ต้องรับโทษทัณฑ์ของตัวเองตามกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

แต่กรณีนี้ คงต้องยกเว้นผู้ที่ถูกดำเนินคดีโดยไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยเฉพาะนักโทษการเมืองทั้งหลายที่ต้องสูญเสียอิสรภาพ หรือ ต้องหลบหนีอยู่ในขณะนี้

หลายคนคงจำกันได้ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา พบว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และมีนโยบายที่จะฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ

อันเป็นการยอมรับว่า ที่ผ่านมาสังคมไทยยังอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง และมิได้ปกครองด้วยหลักนิติธรรม!
.
“หลักนิติธรรม”​ คือเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แต่หลักการนี้กลับถูกบิดเบือนจากฝ่ายที่มีอำนาจในอดีต เพื่อใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของตน ทำให้หลักการสำคัญของกฎหมายอาญาถูกแก้ไข บิดเบือน เช่น การแต่งตั้ง คตส. ซึ่งเป็นองค์กรที่ซ้ำซ้อนกับ ป.ป.ช. โดยเลือกคู่ขัดแย้งของผู้ถูกกล่าวหามาเป็นคณะทำงาน ทั้งนี้มีเจตนาเพื่อจัดการกับนายกทักษิณและคณะโดยเฉพาะ
จากนั้นมีการแก้ไขให้คดีอาญาบางประเภทไม่มีอายุความ และยังให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาลับหลังจำเลยได้ และล่าสุดคือ การแก้ไขหลักเกณฑ์การได้รับพระราชทานอภัยโทษอย่างไม่เป็นธรรม ทำให้นักโทษอื่นๆได้รับความเดือดร้อนไปด้วย โดยมีเจตนาเพียงเพื่อไม่ให้ #นายกทักษิณ กลับเข้ามาในประเทศ หรือหากจะกลับก็ต้องยอมรับโทษตามคำพิพากษา
.
ไทยเป็นสังคมนิติรัฐ (Legal State) หรือสังคมที่ใช้กฎหมายเป็นหลักในการปกครอง แต่กฎหมายดังกล่าวจะต้องถูกตราขึ้นโดยชอบและอยู่บนหลักนิติธรรม จึงจะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย รวมถึงฝ่ายที่ถูกลงโทษตามกฎหมายด้วย
หาไม่แล้ว แม้จะมีข้ออ้างว่าเป็นไปตามกฏหมาย (Legality) ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากฝ่ายที่ถูกลงโทษ เพราะขาดความถูกต้องชอบธรรม (Legitimacy) เช่น กรณีของนายกทักษิณที่ผมเชื่อว่า ท่านจำยอมถูกลงโทษเพื่อจะได้กลับเข้ามาอยู่กับครอบครัว มากกว่าเต็มใจยอมรับการลงโทษโดยดุษฎี
.
ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของหลายพรรคการเมือง ที่จะใช้การนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและสร้างความปรองดองให้กับสังคมไทย แต่เห็นเพิ่มเติมว่า การนิรโทษกรรมควรครอบคลุมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการทางกฎหมายที่มิได้อยู่บนหลักนิติธรรมด้วย
ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ควรเร่งดำเนินการตามนโยบาย ด้วยการแก้ไขกระบวนการทางกฎหมายที่ตราขึ้นโดยขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักความยุติธรรมอาญา พร้อมทั้งคืนความถูกต้องชอบธรรมให้กับฝ่ายที่ถูกจัดการด้วยกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เพื่อไม่ให้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ปกครองด้วยกฏหมาย (Rule by Law) แต่ไม่ได้อยู่บนหลักนิติธรรม ( Rule of Law)

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

ร่วมแบ่งปันนโยบาย:

Facebook
Twitter

ข่าวสารน่าสนใจอื่น ๆ

ข่าวสาร
"ไทยสร้างไทย" หนุนแก้กฎหมายประชามติ ระบุการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเร็...
ข่าวสาร
"ไทยสร้างไทย" จี้รัฐบาลใช้ "งบกลาง" ลุยขจัดพิษสารเคมีร้ายแรง ถูกล...
ข่าวสาร
“ไทยสร้างไทย” จี้ เศรษฐา เร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมันให้ภาคขนส่ง แนะหยุ...
ข่าวสาร
"ไทยสร้างไทย" หนุนแก้กฎหมายประชามติ ระบุกา...
ข่าวสาร
"ไทยสร้างไทย" จี้รัฐบาลใช้ "งบกลาง" ลุยขจั...
ข่าวสาร
“ไทยสร้างไทย” จี้ เศรษฐา เร่งแก้ปัญหาราคาน...
ข่าวสาร
ไทยสร้างไทย รับฟังปัญหาพี่น้องชาว จ.นครสรร...
ติดตามทางโซเชียลมีเดีย