ถึงเวลาปฏิรูประบบสุขภาพครั้งใหญ่อีกครั้ง
จากสถานการณ์ปัจจุบัน โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “30 บาทรักษาทุกโรค” กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งภาระงบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้น โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรับภาระหนัก ตลอดจนความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบกองทุนสุขภาพที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
.
หากปล่อยให้ปัญหาสะสมต่อไป ระบบที่เป็นหลักประกันชีวิตของประชาชนหลายสิบล้านคน อาจเดินไปถึงจุดที่ยากจะประคับประคองได้
.
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ถ่ายทอดบทเรียนจากประสบการณ์ตรงในการผลักดันโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ในเวที Masterclass งาน The Builder Club: คนรุ่นใหม่ ความคิดใหม่ กับการพัฒนาประเทศ โดยย้ำว่า วันนี้ประเทศไทยไม่ควรหยุดอยู่เพียงการรักษาระบบเดิม แต่ต้องกล้าปฏิรูประบบสุขภาพให้กลับมายั่งยืนอีกครั้ง
.
หัวใจสำคัญต้องกลับไปสู่หลัก “สร้างนำซ่อม” คือทำให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงก่อนเจ็บป่วย ลดปัจจัยเสี่ยงจากโรคไขมัน ความดัน เบาหวาน และโรคเรื้อรังที่ต้องใช้งบประมาณรักษาจำนวนมาก
.
เพราะการรอให้ประชาชนป่วยแล้วจึงรักษา ไม่เพียงทำให้ประชาชนต้องเผชิญความทุกข์ แต่ยังทำให้งบประมาณด้านสาธารณสุขเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
.
ขณะเดียวกัน ต้องปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณให้เงินลงไปถึงโรงพยาบาลและหน่วยบริการอย่างเพียงพอ ลดงบส่วนกลางและงบประชาสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็น พร้อมดูแลความเป็นธรรมและสร้างขวัญกำลังใจให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของระบบ
.
“30 บาทไม่ใช่งบเงินทอน และไม่ใช่งบที่นำมาใช้สร้างภาพทางการเมือง แต่เป็นงบประมาณเพื่อรักษาชีวิตและสร้างสุขภาพให้ประชาชน”
.
อีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจ คือการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุนสุขภาพต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิการรักษาที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ไม่ว่าประชาชนคนนั้นจะอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพ ประกันสังคม หรือสวัสดิการประเภทใด
.
ประเทศไทยเคยพิสูจน์มาแล้วว่า เมื่อมีผู้นำที่กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และกล้ารับผิดชอบ เราสามารถสร้างระบบสุขภาพที่เปลี่ยนชีวิตประชาชนทั้งประเทศได้
.
วันนี้ถึงเวลาใช้ความกล้าหาญทางการเมืองอีกครั้ง เพื่อปกป้องโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ไม่ให้เพียงอยู่รอด แต่ต้องกลับมาเป็นระบบหลักประกันสุขภาพที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน
.