ไทยสร้างไทย ชี้ ตัวเลขไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตพลังงานได้

นายนพดล มังกรชัย รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่าการที่รัฐปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ทำลายสถิติการขึ้นค่าไฟใน “อัตราจัดเก็บสูงสุด” ทำประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ซึ่งต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยสูงขึ้น ในหลายกรณีมีสาเหตุมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาด ซึ่งควรมีการพิจารณาแก้ไขโดยด่วน

ไทยสร้างไทย เคยแสดงข้อมูลให้เห็นมาแล้วว่า ปัจจุบัน กฟผ. ผลิตไฟฟ้าได้เองแค่เพียง 33.16% เท่านั้น ที่เหลือเป็นการผลิตโดยภาคเอกชนและนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ โดยมีการกำหนดตัวเลขการสำรองไฟฟ้าสูงมากจนผิดปกติ ซึ่งโดยทั่วไปไม่ควรเกิน 15% (ประมาณ 4,500 เมกะวัตต์) แต่จากที่ผ่านมากลับมีการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกินความต้องการ ปัจจุบันตัวเลขการสำรองสูงขึ้นไปอีกถึง 12,000 เมกะวัตต์ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาก ทำให้กลายเป็นภาระค่าไฟฟ้าส่วนเกินที่ประชาชนต้องแบกรับภาระในปัจจุบัน

นอกจากนั้น ยังมีประเด็นเรื่องการประกันค่าตอบแทนการลงทุนใน


รูปของการชำระ “ค่าความพร้อมจ่าย” ที่กำหนดเป็นเงื่อนไขของสัญญาการผลิตไฟฟ้าป้อนรัฐ ซึ่งทำไว้กับภาคเอกชนหลายราย บางรายก็เป็นบริษัทในกลุ่มในเครือของ กฟผ. เอง โดยกำหนดเงื่อนไขไว้ว่าแม้ไม่ใช้ไฟก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน (ไม่ว่าจะเดินเครื่องการผลิตหรือไม่ก็ตาม) ทำให้ประชาชนต้องชำระค่าความพร้อมจ่ายสูงถึง 2,550 ล้านบาท/ ต่อเดือน หรือประมาณ 22,000 ล้านบาท/ ต่อปี

ไทยสร้างไทย ได้เรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องให้รัฐต้องเร่งเปิดเจรจากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้มีการทบทวนนโยบายการสำรองพลังงาน พร้อมทบทวนข้อสัญญาในเรื่องการประกันความเสี่ยง และเปิดเจรจาเพื่อลดค่าความพร้อมจ่ายลงมา เพราะตรงจุดเหล่านี้ คือค่าใช้จ่ายมากที่สุดในระบบไฟฟ้าของไทยในปัจจุบัน


วันนี้ ไทยสร้างไทย ขอชี้ให้เห็นข้อมูลการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าที่ผ่านมาของไทย พบว่าเรามีการพึ่งพาแหล่งเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง โดยใน ปี 2563 และปี 2564 มีสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ร้อยละ 55.26 และร้อยละ 54 ตามลำดับ


ถึงเวลาที่รัฐจะต้องพิจารณาสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในภาพรวมของประเทศด้วยความรอบคอบ โดยคำนึงถึงสถานการณ์ที่อาจมีผลกระทบด้านพลังงานในอนาคต อย่างเช่น โอกาสที่จะเกิดวิกฤตพลังงาน เนื่องจากการยืดเยื้อของสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศในกลุ่มประเทศที่มีการส่งออกก๊าซธรรมชาติ การพัฒนาด้านพลังงานทดแทนจึงเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งแม้ว่าสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนที่ผลิตได้ภายในประเทศในการผลิตไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.94 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 15.48 ในปี 2561 แต่ก็ถือเป็นสัดส่วนตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ก๊าซธรรมชาติ

จึงขอเรียกร้องให้รัฐเร่งศึกษาและดำเนินโครงการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน เนื่องจากเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้เกิดเสถียรภาพในการบริหารจัดการการผลิตและการใช้พลังงานจากพลังงานทดแทน ซึ่งหากประเทศไทยสามารถดำเนินการผลิตพลังงานเหล่านั้นได้เอง จะทำให้มีต้นทุนด้านพลังงานที่ถูกลงและยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น

รัฐคงจะต้องเร่งสร้างสมดุลด้านพลังงาน ด้วยการกระจายประเภทเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดความเสี่ยงของประเทศ โดยเร่งเพิ่มสัดส่วนของแหล่งเชื้อเพลิงจากพลังงานทดแทนอื่น อาทิเช่น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ขยะ รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน โดยเร่งจัดทำแนวทางและมาตรการในการส่งเสริมกระบวน การเรียนรู้ และประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาโรงไฟฟ้าจากแหล่งเชื้อเพลิงอื่น เพื่อลดการต่อต้านจากประชาชน และออกมาตรการช่วยเหลือในเรื่องแหล่งทุนต้นทุนต่ำเพื่อผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อมได้มีส่วนร่วมในการลงทุน โดยคำนึงถึงต้นทุนค่าพลังงานที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม อย่าปล่อยให้มีการผูกขาดโดยเจ้าสัวรายใหญ่ การส่งเสริมการลงทุนด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งรวมถึงมาตรการทางภาษีเป็นสิ่งที่ต้องร่วมคิดและลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการคนตัวเล็ก


อีกประการหนึ่งที่รัฐควรเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด คือ การกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทนต้องเป็นราคาที่เป็นธรรม ซึ่งอาจมีการนำมาตรการจูงใจด้านราคามาร่วมด้วยก็ได้ จะส่งผลทำให้สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนที่ผลิตได้ภายในประเทศเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้


แม้ว่าขณะนี้สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนที่ผลิตภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบปัญหาบางประการ อาทิเช่น ขั้นตอน

ในการขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าที่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน การพัฒนาไฟฟ้าพลังงานทดแทนระดับชุมชนส่วนใหญ่จะประสบปัญหาด้านการเข้าถึงแหล่งเงินลงทุนเพื่อให้สามารถดำเนินงานได้ตลอดอายุของโรงไฟฟ้า รวมถึงข้อจำกัดด้านเสถียรภาพของไฟฟ้าพลังงานทดแทน


ไทยสร้างไทย ขอเสนอให้รัฐเร่งให้เกิดการบริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว (Single Window) ในการขออนุญาตผลิตไฟฟ้า รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนรูปแบบใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน อาทิ การร่วมทุนระหว่างชุมชน รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน หรือสนับสนุนให้ชุมชนรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สามารถระดมทุนและดำเนินโครงการได้อย่างยั่งยืน


ผลิตโดย พรรคไทยสร้างไทย

ที่อยู่ผู้ผลิต 54/1 ซอยลาดปลาเค้า 60 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220 จำนวนที่ผลิต 1 ชิ้น วันที่ผลิต ตามวันและเวลาที่ปรากฏ